แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แพ้ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-2 นี่คือ 4 ประเด็นสำคัญ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดสนามโอลด์ แทรฟเฟิร์ด แพ้ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ไป 1-2 และนี่คือ 4 ประเด็นสำคัญที่ได้เห็นจากเกมนี้

1. โซลชาร์หมุนเวียนนักเตะเต็มที่

เรียกได้ว่า โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ผู้จัดการทีมของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ออกมาแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนแล้วว่า ต้องการที่จะเก็บตัวนักเตะตัวหลัก ๆ เอาไว้ รองรับการแข่งแมตช์ใหญ่ต่อไปที่จะทำการแข่งขันกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในวันพฤหัสบดี ที่ 13 พ.ค. 2564 นั้นเอง ในเกมที่แข่งมานี้ทางเราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงเลยว่า 11 ตัวจริงนั้น แทบจะโดนเปลี่ยนกันแทบทุกคน ประกอบด้วยผู้รักษาประตูเป็น ดาบิด เดเคอา (GK) กองหลัง 4 คน จากซ้ายไปขวา ได้แก่ อเล็กซ์ เตลเลส, อักเซล ตวนเซเบ, เอริก ไบญี และ แบรนดอน วิลเลียมส์ ต่อกันที่คู่มิดฟิลด์ใช้ เนมันยา มาติช จับคู่กับ ดอนนี ฟาน เดอ เบค โดยมี แอนโธนี เอลังกา, ฆวน มาตา และ อาหมัด ดิยัลโล ทำเกมรุกสนับสนุน เมสัน กรีนวูด กองหน้าตัวเป้า ส่วนดาวดังอย่าง บรูโน เฟอร์นันเดส, เอดินสัน คาวานี, พอล ป็อกบา, ลุค ชอว์, อารอน วาน บิสซากา และ มาร์คัส แรชฟอร์ด มีชื่อเป็นตัวสำรอง และก็ยังพอจะมีโอกาสได้ลงสนามในการแข่งขันครึ่งหลังเพียงแค่ 3 ราย คือ คาวานี, บรูโน และ แรชฟอร์ด

2. รูปเกมแลกกันสนุก ผียุบครึ่งหลัง

เปิดฉากการแข่งขันในครึ่งแรกมา ทั้ง 2 ทีมก็ได้เปิดเกมลุกเกมรับ แลกกันอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว บรรดาตัวสำรองทั้งหลาย และดาวรุ่งของทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ได้พยายามสู้กันอย่างเต็มทีเพื่อหวังที่จะแย่งตำแหน่งตัวจริงกันในอนาคต ส่วน เลสเตอร์ ซิตี้ ก็หวังที่จะต้องเก็บ 3 แต้มนี้ไปให้ได้ เพื่อโอกาสที่ตัวเองนั้นจะติดท็อปโฟร์ ไปเล่นในลีก ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้านั้นเอง ก่อนที่จะเป็นฝั่งของ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่ทำเอาเด็กผีงง ขึ้นนำไป 1-0 เพียงแค่ 10 นาทีเท่านั้นเอง จากจังหวะการเล่นของ ยูริ ติเลอมองส์ ได้ทำการเปิดบอลจากฝั่งขวาโยนเข้ามาในกรอบเขตโทษ บอลเลยมาถึงทางของ ลุค โธมัส หาจังหวะยิงกระหน่ำด้วยเท้าซ้ายไปแบบเต็มข้อบอลลอยเสียบสามเหลี่ยม เดเคอา ได้แค่ใช้สายตาเซฟ แต่แล้ว แมนยู ไนเต็ด ก็มาได้ลูกตีเสมอได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน ในนาทีที่ 15 เมื่อ เมสัน กรีนวูด ได้ทำการลากบอลเข้าไปในเขตโทษก่อนที่จะทำการกดบอลด้วยเท้าขวาเข้าไปอย่างสวยงาม ก่อนเกมจะจยลงไปในครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ 1-1 จากนั้นก็เริ่มเกมต่อในครึ่งหลัง เลสเตอร์ เล่นได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ได้ทำการเดินเกมบดเข้าใส่ แมนยูฯ อย่างหนัก ในนาทีที่ 66 “จิ้งจอกสยาม” ก็ได้ประตูขึ้นนำไปอีกครั้ง 2-1 แบบสะใจ เมื่อ มาร์ค อัลไบรจ์ตัน ได้ทำการเปิดลูกเตะมุมจากฝั่งขวาโยนบอลเข้าไปให้แก่ คักลาร์ โซยุนคู ทำการขึ้นโหม่ง ในจังหวะนี้ต้องโทษ 2 ผู้เล่นของ แมนยู อย่าง  มาร์คัส แรชฟอร์ด และ เนมันยา มาติช ที่เข้าประกบ โซยุนคู ไว้ไม่ดีพอ และในช่วงเวลาที่เหลือ เลสเตอร์ ก็ครองเกมไว้ได้ ทำให้เบียดชนะ แมนยูฯ ไปได้ 2-1 ทำเอาอันดับของตนขึ้นมาอยู่ที่ 3 ของตาราง เลยทำให้ปีศาจแดง ตามหลัง แมนฯ ซิตี้ 10 แต้ม ไปตามยังไงก็ไม่ทันแล้ว ส่งผลให้ แมนซิ ได้คว้าแชมป์ฟรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้มาครองจนได้

3. วิลเลียมส์, เตลเลส, ฟาน เดอ เบค ฟอร์มน่าผิดหวัง

นี้เป็นอีครั้งนึงที่ ดอนนี ฟาน เดอ เบค กองกลางที่เจ๋งของปีศาจแดง ได้ลงเล่นในสนามในสถานะ ตัวจริง แต่พอลงมาแล้วกลับโชว์ฟอร์มได้น่าผิดหวังเอามาก ๆ แรงปะทะสู้นักเตะเลสเตอร์ไม่ได้ ทำเอาการครองบอลต้องเสียทุกครั้ง ในบ้างจังหวะถึงขั้นต้องทำให้ทีมของตัวเองเสียบอลและโดนโต้กลับจนเกือบเสียประตู นอกจากทั้งหมดนี้แล้วก็ทำได้แค่เพียงเลี้ยงบอลไปมา ไม่มีการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมแบบทะลุช่องให้เห็นเลย ยิงบอลไกลก็ไม่ได้ ถ้าเกิดว่าเจ้าตัวยังไม่สามารถยกระดับฝีเท้าของตัวเองให้ดีขึ้นกว่านี้ก็อาจจะไม่จำเป็นต่อทีม และอาจจะต้องเก็บข้าวของย้ายทีมในอนาคตอันใกล้นี้ก็ได้ ส่วน อเล็กซ์ เตลเลส ดูแล้วน่าจะเบียด ลุค ชอว์ ได้ยาก เพราะฟอร์มการเล่นนัดล่าสุดแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวยังไม่ดีพอที่จะเป็นตัวจริงให้กับปิศาจแดง ไม่สามารถพาบอลไปข้างหน้าได้ ส่วนจุดเด่นอย่างลูกตั้งเตะหรือการครอสบอลต่างๆ ก็แทบไม่ได้ผล ปิดท้ายที่ แบรนดอน วิลเลียมส์ บางทีก็น่าแปลกใจที่ โซลชาร์ เลือกที่จะเก็บเขาไว้ แล้วปล่อย ดิโอโก ดาโลต์ ให้ เอซี มิลาน ยืมตัว ทั้งที่ ดาโลต์ มีฝีเท้าที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในแง่ของการเติมเกมบุก การเปิดบอล ที่ทำได้ไม่ดีสักอย่าง คาดว่าฤดูกาลหน้าอาจจะกลายเป็น ดาโลต์ ที่จะถูกดึงกลับมาแล้ว วิลเลียมส์ ถูกปล่อยยืมบ้าง แต่ทั้งสองคนก็ไม่มีใครทำได้เทียบเท่ากับตัวจริงอย่าง อารอน วาน-บิสซากา ได้เลย

4. กรีนวูด ดาวยิงตัวความหวัง

นอกจาก เอดินสัน คาวานี กับ บรูโน เฟอร์นันเดส แล้ว อีกคนนึงที่จะเข้ามาเป็นความหวัง และพึ่งพาได้ของ แมนยู ก็คงจะหนีไม่พ้นกองหน้าวัย 19 ปี อย่าง เมสัน กรีนวูด ถ้าเกิดว่านับประตูล่าสุดของเจ้าตัวนั้นทำไว้ในเกมที่เล่นกับ เลสเตอร์ ซิตี้ ที่เขาแสดงออกมาได้ซัดไปถึง 12 ประตู กับอีก 6 แอสซัสต์ จากการที่เขาลงเล่นมา 49 นัด รวมทุกรายการในซีซั่นนี้แล้ว มองดูแล้วเด็กคนนี้ค่อนข้างจะครบเครื่องที่งการเคลื่อนที่แล้วหาจังหวะทำสกอร์ให้ทีม ความเฉียบคมนี้ทั้งเท้าซ้ายและเท้าขวา พร้อมที่จะระเบิดประตูของคู่แข่ง นอกจากพวกนี้แล้วเขายังสามารถไปกับบอลและเลี้ยงเล่นเองได้ และก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทแบบสุด ๆ ถอยลงมาล้วงบอลเอง หรือลงมาช่วยเกมรับเราด็เคยเห็นมาแล้ว เรียกได้ว่าเป็นอนาคตของ ปิศาจแดง ในยุคใหม่อย่างแท้จริง

นักเตะ

ดาบิด เด เคอาเสียไป 2 ประตูในเกมนี้ มีจังหวะออกแรงเซฟให้ทีมไปพอสมควร แต่วันนี้เจ้าต้วยับออกมาตัดบอลได้ดี แถมยังต้องคอยรับส่งบอลคืนจากแผงหลังในหลายๆจังหวะ 5.5 คะแนน

แบรนดอน วิลเลี่ยมส์ : มีจังหวะขยับออกบอลได้บ้งแต่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มักจ่ายเสียให้เห็นหลายครั้ง แถมยั้งไม่สามารถตัดบอลจากแนวรุกทีมเยือนได้เลย รวมทั้งจังหวะที่ทีมเสียประตู เจ้าตัวก็หลุดจากตำแหน่ง 5.5 คะแนน

อั๊กเซล ตวนเซเบ้ : คุมจังหวะในเกมรับได้ดีในระดับหนึ่ง แต่วันนี้เจ้าตัวยังมีจังหวะหลุดตำแหน่งเพราะไม่เข้าใจกับคู่หูในแผงหลังเท่าที่ควร แถมยังจ่ายบอลเสียให้เห็น หลังแทบไม่เคยได้เล่นด้วยกันเลยในซีซั่นนี้ 6 คะแนน

อเล็ก เตลลิส : ขยับขึ้นมาต่อบอลให้ทีมได้บ้าง แต่ไม่มีอะไรโดดเด่น เกมรับมีพลาดเพียงครั้งเดียว หลังหลุดตำแหน่งจนโดนเจาะทางฝั่งเเจ้าตัวรับผิดชอบ นอกนั้นไม่มีผลงานอะไรในเกมนี้ 5.5 คะแนนhttps://unitus.synergy-e.com/custom/inread/sf/src/html/r.html?ox_ver=8.6

เนมานย่า มาติช : ทำหน้าที่ได้ที่สุดในเกมนี้ หลังสามารถเข้าแย่งบอลได้หลายครั้ง รวมทั้งยังเลี้ยงบอลขึ้นหน้าให้ทีมได้ดี มีจังหวะต่อบอลสวยๆให้เห็น เอาตัวรอดในพื้นที่สุดท้ายได้ดี มีส่วนช่วยให้เกมแดนกลางของทีมนิ่ง 6.5 คะแนน

ดอนนี่ ฟานเดอ เบ็ค : ต่อบอลในแดนกลางให้ทีมได้บ้าง แต่แทบๆม่มีจังหวะไหนโดดเด่นเลย หายเงียบไปจากเกมในบ้างจังหวะ และแทบไม่มีจังหวะทำเกมรุกให้ทีมเท่าที่ควร 6 คะแนน

อาหมัด ดิยัลโล่ : ใช้ความเร็วเลี้ยงบอลให้เห็นหลายครั้ง มีจังหวะพาบอลขึ้นหน้าหลายหน แถมยังสามารถพาบอลเข้าพื้นที่สุดท้ายได้ด้วย ก่อนเป็นคนจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูได้ในเกมนี้ 6 คะแนน

บทความแนะนำ