แมนยูฯพลาดท่าแพ้จุดโทษบียาร์เรอัล 11-10 รายการ UCL นัดชิงชนะเลิศ

แมนยูฯพลาดท่าแพ้จุดโทษบียาร์เรอัล 11-10
แมนยูฯพลาดท่าแพ้จุดโทษบียาร์เรอัล 11-10

ทีมใหญ่แห่งเกาะอังกฤษอย่าง แมนยูฯพลาดท่าแพ้จุดโทษบียาร์เรอัล 11-10 ส่งให้”เรือดำน้ำ”บียาร์เรอัล คว้าแชมป์รายการ UCL ได้เป็นสมัยแรก หลังการโชว์ความแม่นยำในการดวลจุดโทษเอาชนะ”ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 11-10 หลังจากเสมอในเวลา 90 นาทีด้วยสกอร์ 1-1 ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา นอกจากนี้แล้ว กุนซือบียาร์เรอัลอย่างอูไน เอเมรี่ ยังได้ทำสถิติคว้าแชมป์รายการUCL นี้เป็นสมัยแรกของสโมสรบียาร์เรอัล หลังเคยพาเซบีย่า คว้าแชมป์รายการUCL มาแล้ว 3 สมัยติด นี่ก็ถือว่าเป็นการได้แชมป์รายการนี้ เป็นสมัยที่ 4 ของเจ้าตัวอีกด้วย

ในศึกการแข่งขันฟุตบอล ยูฟ่า ยูโรปา ลีก (UCL) นัดรอบชิงชนะเลิศ เมื่อคืนวันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา ระหว่างบียาร์เรอัล พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนามสตาดิโอน เอเนอร์ก้า กดังส์ค ประเทศโปแลนด์ ซึ่งก่อนถึงเกมนัดชิงชนะเลิศนั้นทั้งมาดูผลงานสองทีมในรอบตัดเชือกเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ โดยบียาร์เรอัลชนะอาร์เซน่อล ด้วยสกอร์รวม 2-1 ฝั่งทางแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในรอบตัดเชือกเจอกับโรม่า และได้เอาชนะด้วยสกอร์รวม 8-5 โดยบียาร์เรอัลกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เคยเจอกันมาแล้วในรายการต่างๆ 4 ครั้งล่าสุดนั้นทำอะไรกันไม่ได้เสมอด้วยสกอร์ 0-0 ทั้งหมด แมนยู

ซึ่งในเกมนัดนี้นั้นกุนซือ”เรือดำน้ำ”บียาร์เรอัลอย่างอูไน เอเมรี่ ถือได้ว่าเป็นผู้ที่ผ่านการชิงชนะเลิศในถ้วยUCLใบนี้ โดยในเกมนี้ไม่มีชื่อของซามูเอล ชุควูเอเซ่ ติดเข้ามาในรายชื่อของนักเตะในเกมนี้ ที่ทดสอบร่างกายแล้วแต่ไม่ผ่านความฟิตเนื่องจากอาการเจ็บที่ยังไม่หาย ส่วนแนวรุกนั้นใช้เคราร์ด โมเรโน่ ดาวซัลโวประจำทีมประสานงานคู่กับการ์ลอส บัคก้า เพื่อหาจังหวะเข้าทำประตูโดยมีดานี่ ปาเรโฆ คอยประสานเกมอยู่ตรงกลาง

ส่วนทางฝั่ง”ผีแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นำทัพมาโดยกุนซือทีมอย่างโอเล่ กุนนาร์ โซลชาซึ่งมีความมั่นใจมากที่จะคว้าแชมป์แรกให้กับตัวเองให้ได้ ในรายการUCLนี้ ซึ่งเกมในนัดนี้ มีข่าวดีเนื่องจากได้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ มีชื่อบนม้านั่งสำรอง โดยคู่เซ็นเตอร์ใช้ เอริก ไบยี่ เล่นคู่กับวิคตอร์ ลินเดอเลิฟ มี ปอล ป็อกบา ทำเกมสนับสนุนบรูโน่ แฟร์นันด์ส :มาร์คัส แรชฟอร์ด และเมสัน กรีนวู้ด ดยทิ้งให้เอดินสัน คาวานี่ เป็นหน้าเป้าเพื่อล่าประตูคู่แข่ง แมนยูไนเต็ด
แมนยูฯพลาดท่าแพ้จุดโทษบียาร์เรอัล 11-10
แมนยูฯพลาดท่าแพ้จุดโทษบียาร์เรอัล 11-10

เหตุการณ์โดยรวมที่เกิดขึ้นในเกม แมนยูฯพลาดท่าแพ้จุดโทษบียาร์เรอัล 11-10

เริ่มเกมครึ่งเวลาแรกมาได้เพียง 7 นาที แมนยูฯเกือบได้ลุ้นประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่มาร์คัส แรชฟอร์ด กระชากบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษแต่หาจังหวะยิงไม่ได้ ก่อนที่จะไหลคืนหลังให้เพื่อนร่วมทีมอย่างสกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ได้ตั้งป้อมกดด้วยขวากลางประตูบอลพุ่งเชียดเสาหลุดกรอบออกไป อย่างน่าเสียดายต่อในนาที16 เป็นโอกาสลุ้นหนแรกของบียาร์เรอัลบ้าง จากจังหวะทีมได้ลูกเตะมุมแล้วเล่นบอลสั้นทางด้านซ้าย จากนั้นดานี่ ปาเรโฆ ได้เปิดยาวมาเสาไกลเพื่อให้มานู ตริเกรอส ได้วิ่งเบียดกองหลังแมนยูฯเข้ามาแล้วแปด้วยขวาแต่ยิงไม่ค่อยถนัดเท่าไหร่นัก จึงทำให้บอลเหินโด่งออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ต่อในนาที22 การ์ลอส บัคก้า ได้กระชากบอลขึ้นมาพาไปถึงเส้นหลังก่อนไขว้เปิดด้วยขวาไปให้เพื่อนร่วมทีมออย่างเปา ตอร์เรส ได้โขกเต็มหัวบอลข้ามคานออกไป จากนั้นไม่ถึงนาทีถัดมา แมนยูฯได้สวนกลับขึ้นมา แล้วก็เป็นมาร์คัส แรชฟอร์ด ลองส่งไกลแบบเต็มแรงจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลยังพุ่งไปตรงตัวเคโรนิโม่ รูยี่ ผู้รักษาประตูบียาร์เรอัล จากนั้นต่อในนาที29 กลับกลายเป็น”เรือดำน้ำ”บียาร์เรอัล ที่ได้ประตูขึ้นนำ”ผีแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปก่อน 1-0 แมนยูสด

จากจังหวะที่แมนยูฯเสียฟรีคิก และก่อนที่ดานี่ ปาเรโฆ่ รับหน้าที่เปิดบอลโค้งเข้าไปในกรอบเขตโทษให้กับเคราร์ด โมเรโน่ หนีตัวประกบวิ่งเข้าไปเบียดกับลินเดอเลิฟ ก่อนล้มตัวแปด้วยขวาผ่านมือ ผู้รักษาประตูแมนยูฯอย่างดาบิด เด เคอา เข้าไปอย่างสวยงาม ถือเป็นประตูที่ 30 รวมทุกรายการในฤดูกาลนี้ของเคราร์ด โมเรโน่ หัวหอกทีมชาติสเปนอีกด้วย

ก่อนหมดเวลาการแข่งขันช่วงทดเจ็บครึ่งแรก นาทีที่ 45+1 แมนยูฯเกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะที่เมสัน กรีนวู้ด ได้พาบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษก่อนที่จะกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปหน้าประตูไปโดน ราอูล อัลบิโอล บอลเปลี่ยนทาง แต่ก็ยังไปเข้ามือนายด่านบียาร์เรอัลอย่างคโรนิโม่ รูยี่ ทำให้จบครึ่งแรกด้วยการที่ บียาร์เรอัลออกนำแมนฯ ยูไนเต็ด 1-0

แมนยูฯพลาดท่าแพ้จุดโทษบียาร์เรอัล 11-10
แมนยูฯพลาดท่าแพ้จุดโทษบียาร์เรอัล 11-10
เกมเริ่มครึ่งเวลาหลังในนาทีที่ 55 สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ใช้ความขยันของตัวเอง วิ่งตามไปแย่งบอลก่อนกลับตัวยิงด้วยซ้ายบอลไปแฉลบแนวรับของบียาร์เรอัลออกหลัง และจากจังหวะเตะมุมต่อเนื่องในนาทีถัดมา”ผีแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาได้ประตูตีเสมอเป็น 1-1 ได้สำเร็จ โดยลุค ชอว์ รับหน้าที่ในการเปิดลูกมุม และบอลก็ไปโดนราอูล อัลบิโอล สกัดบอลออกมาเข้าทางมาร์คัส แรชฟอร์ด เก็บบอลได้แล้วก็ยิงจากแถวสองซ้ำเข้าไปทันที บอลได้ไปติดอัลฟอนโซ่ เปดราซ่า ก่อนจะกระดอนไปชนทางด้านแม็คโทมิเนย์ แล้วบอลก็มาเข้าทาง เอดินสัน คาวานี่ วิ่งไปยิงด้วยขวาในระยะไม่ถึง 6 หลาเข้าไปตุงตาข่าย จากนั้นผู้ตัดสินได้เช็กกับVAR ก่อนที่จะยืนยันให้ประตู ทำให้ในตอนนี้ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1-1 ต่อจากนั้นจนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษก็ยังเสมอกันอยู่ 1-1 จึงต้องตัดสินหาแชมป์ปีนี้ด้วยการดวลลูกที่จุดโทษ ซึ่งผลปรากฎว่า 10คนแรก ของทั้งสองทีมยิงได้อย่างแม่นยำกันทุกคน โดยส่งบอลเข้าก้นตาข่ายทุกลูก ก่อนคนที่ 11 ของบียาร์เรอัล จะวนกลับมาที่เคโรนิโม่ รูยี่ มือกาวที่ได้ยิงเข้าไปก่อน จากนั้นก็โยนความกดดันมาให้กับทางด้านดาบิด เด เคอา ซึ่งผลปรากฎว่า นายด่านชาวสเปนยิงไม่ดียิงไปติดเซฟของ รูยี่ จึงทำให้”เรือดำน้ำ”บียาร์เรอัล คว้าแชมป์รายการยูโรปาลีกUCL เป็นสมัยแรกของประวัติศาสตร์สโมสร แมนยูล่าสุด

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

กุนซือของบียาร์เรอัล อย่างอูไน เอเมรี่ มาในระบบ 4-4-2 ประกอบด้วยเคราร์ด โมเรโน่ : เคโรนิโม่ รูยี่ : มานู ตริเกรอส : เอเตียนน์ กาปู

: การ์ลอส บัคก้า : เยเรมี่ ปิโน่ : ฮวน ฟอยธ์ : ปาโก้ อัลกาแซร์ : มาริโอ แกสปาร์ : ดานี่ ปาเรโฆ : อัลแบร์โต้ โมเรโน่ : ฟรานซิสโก้ โกเกแล็ง

: เปา ตอร์เรส : มอย โกเมซ : อัลฟอนโซ่ เปดราซ่า : ราอูล อัลบิโอล

กุนซือของแมนฯ ยูไนเต็ด อย่างโอเล่ กุนนาร์ โซลชา มาในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วยเอดินสัน คาวานี่ : ดาบิด เด เคอา : เมสัน กรีนวู้ด

: บรูโน่ แฟร์นันเดส : มาร์คัส แรชฟอร์ด : แอรอน แวน-บิสซาก้า : สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ : วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ : อเล็กซ์ เตลลิส : ลุค ชอว์

: ปอล ป็อกบา : แดเนี่ยล เจมส์ : ฆวน มาต้า : อั๊กเซล ตวนเซเบ้ : เอริค ไบยี่

บทความแนะนำ