เชลซี เปิดบ้านเชือด เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 ขึ้นรั้งที่ 3 ถอนแค้นได้สำเร็จ

เลสเตอร์ ซิตี้

เชลซี VS เลสเตอร์ ซิตี้ 2-1 | หลังจากเสียใจที่แพ้ไปในนัดชิง เอฟเอคัพ เชลซี ก็สามารถล้านแค้นเชือด เลสเตอร์ 2-1 พร้อมกับที่แซงขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 3 โอกาสที่จะคว้าตั๋วไปแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้สดใสขึ้นมาอีกครั้ง โดยทีมพวกเขานั้นได้กุมชะตาชีวิตตัวเองแล้วในการแข่งขันนัดสุดท้าย

ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2020/21

เชลซี 2-1 เลสเตอร์

ศึกการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2021/0/21 เมื่อคืนวันอังคารที่ 18 พฤษภาคม “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งทั้งคู่กำลังแย่งชิงพื้นที่ท็อปโฟร์ และเพิ่งเจอกันมาในนัดชิงชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ โดยเป็น เลสเตอร์ ที่เฉือนชนะ 1-0 ซิวแชมป์ไปครองเป็นสมัยแรกของสโมสร

กรรมการได้เป่าเริ่มการแข่งขันในครึ่งแรก นาทีที่ 4 ติโม แวร์เนอร์ ได้เลี้ยงบอลมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่จะทำการไหลบอลต่อไปให้ เบน ชิวเวลล์ หลุดเข้าเขตโทษจากทางฝั่งซ้าย แล้วก็จับจังหวะกึ่งยิงกึ่งผ่านไปทางหน้าประตู แต่ก็น่าเสียดายเพื่อนร่วมทีมตามมาซ้ำบอลไม่ทันเลยทำให้บอลหลุดออกหลังไป

ต่อมานาทีที่ 9 คริสเตียน พูลิซิช ทำการจ่ายบอลไปให้ทาง เอ็นโกโล่ ก็องเต้ รับบอลได้แล้วกระชากบอลเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะจับจังหวะซัดแบบเน้น ๆ แต่บอลก็ไปติดเซฟของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล พุ่งตัวปัดเอาไว้ได้

ในนาทีที่ 21 เชลซี นั้นเกือบจะมีเฮแล้วเมื่อ เมสัน เมาท์ ทำการจ่ายบอลทะลุช่องยาวไปในกรอบเขตโทษให้แก่ ติโม แวร์เนอร์ ได้ทำการซัดบอลแบบเรียดยาวเสียบมุมเสาเข้าไป แต่ก็ยังโดน ไลน์แมน ยกธงขึ้นบอกว่าลูกนี้ล้ำหน้าไปซะก่อน เลยทำให้พลาดประตูขึ้นนำ

ต่อมาในนาทีที่ 25 เลสเตอร์ มีโอกาสได้ลุ้นบ้างแล้วจากลูกเตะมุม ยูริ ตีเลอมองส์ เปิดบอลยาวมาถึง เจมี่ วาร์ดี้ ทำการดีดด้วยข้างเท้า แต่แล้วบอลก็ดันเหินข้ามคานออกหลังไป

การแข่งขันก็ดำเนินการต่อมาเรื่อย ๆ ทางด้านของทีม เชลซี ก็ยังคงเป็นฝ่ายบุกอยู่เสมอ นาทีที่ 34 รีซ เจมส์ ได้ทำการเปิดลูกเตะมุมเข้ามา บอลโด่งมาถึง แวร์เนอร์ ทำการขึ้นโหม่งตรงเสา 2 บอลตรงเข้าโกลไป แต่ก็ไม่วาย ภาพจาก VAR จับได้ว่าในจังหวะที่ขึ้นโหม่ง บอลได้มาโดนบริเวณแขนเสื้อของ แวร์เนอร์ จึงกลายเป็นแฮนด์บอล และเชลซีนั้นก็พลาดประตูไปเป็นครั้งที่ 2 ก่อนที่การแข่งขันจะจบลงในครึ่งแรก เสมอกันอยู่ที่ 0-0

GOAL!! กลับมาแข่งขันต่อในครึ่งหลังได้เพียงแค่ 2 นาที เจ้าบ้านก็ได้ประตูขึ้นนำจนได้จากลุกเตะมุม เจมี่ วาร์ดี้ กองหน้าตัวยิงของ เลสเตอร์ ลงหลังมาช่วยโหม่งสกัดบอลที่เสาแรกแต่ดูท่าจะโหม่งบอลไม่ดีนัก บอลเลยมาถึงทางของ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ได้จังหวะซัดบอลเต็มแข้งบอลพุ่งเข้าไปที่เสาสอง กลายเป็นประตูขึ้นนำของ เชลซี 1-0

จากนั้นต่อมาในนาทีที่ 64 เชลซี ก็มีโอกาสได้ลุ้นอีกครั้งแล้วจากลูกสวนกลับ มาเตโอ โควาซิช ทำการจ่ายบอลไปให้ แวร์เนอร์ ได้กระชากบอลเข้าหน้ากรอบเขตโทษก่อนที่จะซัดออกไป แต่บอลดันไปตรงตัวของ แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล รับลูกนี้ไว้ได้ไม่ยาก

GOAL!! และแล้วในเวลาต่อมาแฟนบอลของ เชลซี ได้เฮลั่นสนาม เมื่อ แวร์เนอร์ โดน เวสลีย์ โฟฟาน่า เกี่ยวขาทำให้ล้มในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเห็นแล้วจึงเป่านกหวีดให้เป็นลูกจุดโทษแก่ เจ้าบ้านไป และก็เป็นผู้เล่น จอร์จินโญ่ ทำการสังหารบอลเข้าเป้าไม่มีพลาด ในนาทีที่ 67 เชลซีขึ้นนำไปเป็น 2-0

GOAL!! ในนาทีที่ 76 เลสเตอร์ ตามมาตีไข่แตกจนได้ 1-2 เมื่อ มาเตโอ โควาซิช ได้พลาดเป็นอย่างมากเสียบอลหน้าเขตโทษตัวเอง วิลเฟร็ด เอ็นดิดี้ ฉกบอลมาได้ ก่อนที่เขาจะทำการจ่ายบอลต่อไปให้ เคเลชี อิเฮียนาโช่ ตวัดยิงบอลลูกนี้พุ่งตรงเข้าจาข่ายไปในที่สุด

หลังจากนั้นแล้ว รูปเกมการเล่นสูสีกันเอามาก ๆ และช่วงท้ายเกมนี้ ทางฝั่งของ เลสเตอร์ เกือบจะตามมาตีเสมอได้แล้วในนาทีที่ 90 เมื่อ ริคาร์โด เปไรร่า ทำการผ่านบอลเรียดจากทางฝั่งขวาบอลไหลเข้ามาตรงกลางเขตโทษ อโยเซ่ เปเรซ วิ่งเข้ามาแปบอลแบบไม่มีผู้เล่นประกบเลย แต่เสียดายยิงบอลออกไปไม่ดีนัก บอลข้ามคานออกหลังไปอย่างน่าผิดหวัง สุดท้ายเกมก็จบลง เชลซี ชนะ เลสเตอร์ ไป 2-1

จากผลดังกล่าวทำให้ เชลซี ขยับแซง เลสเตอร์ ขึ้นไปรั้งอันดับ 3 แทน โดยมี 67 แต้ม ตามด้วยอันดับ 4 เลสเตอร์ 66 แต้ม ส่วนโปรแกรมนัดสุดท้ายของฤดูกาลในวันที่ 23 พ.ค. เชลซี จะบุกไปเยือน แอสตัน วิลล่า ซึ่งถ้าทีมสิงห์บลูส์เก็บชัยชนะได้ก็จะการันตีตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ลีกทันที

รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม

เชลซี  (3-4-3) : เอดูอาร์ เมนดี้; รีซ เจมส์, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตดิโอ รูดิเกอร์; เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (เคิร์ต ซูมา น.88), เอ็นโกโล ก็องเต้ (มาเตโอ โควาซิช น.32), จอร์จินโญ, เบน ชิลเวลล์; คริสเตียน พูลิซิช, ติโม แวร์เนอร์ (โอลิวิเยร์ ชิรูด์ น.90+1), เมสัน เมาท์

สำรองไม่ได้ใช้ : เกปา อาร์ริซาบาลากา, มาร์กอส อลอนโซ, แทมมี อับราฮัม, คัลลัม ฮัดสัน-โอดอย, ฮาคิม ซีเย็ค, เอแมร์ซอน พัลมิเอรี

ใบเหลือง – เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า น.87, เอดูอาร์ เมนดี้ น.90+1

เลสเตอร์ ซิตี้ (3-4-1-2) : แคสเปอร์ ชไมเคิล; ทิโมธี กาสตาญ, เวสลีย์ โฟฟานา, ชาลาร์ โซยุนจู; มาร์ค อัลไบรท์ตัน (ริคาร์โด้ เปเรรา น.67), วิลเฟรด เอ็นดีดี้, ยูริ ตีเลอมันส์, ลุค โธมัส; เจมส์ แม็ดดิสัน (เคเลชี อิเฮียนาโช น.60); เจมี วาร์ดี้, อโยเซ เปเรซ

สำรองไม่ได้ใช้ : เวส มอร์แกน, แดนนี วอร์ด, แดเนียล อมาร์ตีย์, ฮัมซา เชาฮ์ดรี้, น็อมปาลิส เมนดี้, เดนนิส ปราต, คริสเตียน ฟุคส์

ใบเหลือง – อโยเซ เปเรซ น.32, เวสลีย์ โฟฟานา น.82, วิลเฟรด เอ็นดีดี้ น.89, ริคาร์โด้ เปเรรา น.90+4, แดเนียล อมาร์ตีย์ น.90+5

บทความแนะนำ