เปิดสถิติพบกันระหว่าง เบิร์นลีย์กับลิเวอร์พูล 5 นัดหลังสุด

เบิร์นลีย์กับลิเวอร์พูล
เบิร์นลีย์กับลิเวอร์พูล

มาส่องความเคลื่อนไหวก่อนเกมศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ระหว่างทางด้าน เบิร์นลีย์กับลิเวอร์พูล ซึ่งทีมเยือนอย่าง“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในภายใต้การนำทัพของ เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมนี ของทางลิเวอร์พูล ที่มีโปรแกรมการแข่งขันโดยการบุกไปเยือน“เดอะ คลาเรตส์”เบิร์นลีย์ ในภายใต้การนำทัพของ ฌอน ไดซ์ เทรนเนอร์ชาวอังกฤษ ของทางเบิร์นลีย์ ในบ้านเบิร์นลีย์สนาม เทิร์ฟ มัวร์ สเตดี้ยม ในเกมลีกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดรองสุดท้ายหรือนัดที่ 37 ประจำวันพุธที่ 19 พฤษภาคม 2564 ในเวลา 02.15 น. ตามเวลาในบ้านเรา

ซึ่งในเกมนี้นั้นผู้จัดการทีมเบิร์นลี่ย์ ฌอน ไดช์ มีฟอร์มก่อนน่านี้ไม่ดีเท่าไหร่นัก เพราะได้พาทีมพ่ายถึง 5 เกมจาก 7 เกมล่าสุด โดยนัดล่าสุดที่เปิดบ้านรับการมาเยือนของลีดส์ ยูไนเต็ด ที่สนามเทิร์ฟ มัวร์ ก็พ่ายให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ไปด้วยสกอร์ถึง 4-0 และในเกมนี้นั้นเจ้าบ้านอย่าง“เดอะ คลาเรตส์”เบิร์นลีย์ ต้องมารอลุ้นอาการบาดเจ็บของ นิค โพพ โกล์มือ 1 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เจ็บตรงบริเวณไหล่ โอกาสยังอยู่ที่ 50-50 ถ้าลงเล่นไม่ได้จริงๆก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้รักษาประตูมือสองอย่าง ไบลี่ย์ พีค็อก-ฟาร์เรลล์ ได้แสดงฝีมือในการเฝ้าโกลอีกเกม และยังมีผู้เล่นหลักตัวอื่นที่เจ็บอยู่ ฟิล บาร์ดสลี่ย์เป็นไส้เลื่อนผ่าตัด เควิน ลอง มีปัญหาที่เอ็นร้อยหวาย และร็อบ เบรดี้  มีปัญหาที่เอ็นร้อยหวายเช่นกัน จะพลาดการลงสนามทั้งหมด ในขณะที่ เดล สตีเฟ่นส์ มิดฟิลด์ตัวรุกก็ยังเดี้ยงอยู่ เพราะก่อนหน้านี้มีอาการเจ็บที่ข้อเท้าต้องมาลุ้นความฟิตกันก่อน ลิเวอร์พูล คืนนี้
เบิร์นลีย์กับลิเวอร์พูล
เบิร์นลีย์กับลิเวอร์พูล
มาดูฝั่งทีมเยือนอย่าง”หงส์แดง”ลิเวอร์พูล ชนะในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ 3 นัดรวด เริ่มจากชนะเซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 ในบ้าน ต่อจากนั้นชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถึง4-2 ในบ้านของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และบุกไปชนะเวสต์บรอมวิช 2-1 คาบ้านเวสต์บรอมวิช ในตอนนี้สภาพลูกทีมของเจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ยังคงใช้ผูเล่นตัวเดิมในนัดที่บุกไปเอาชนะเวสต์บรอมวิชใช้เซนเตอร์แบ็กอย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดจ์ค : โจ โกเมซ และโฌเอล มาติ๊ป ประสานงานร่วมกัน ในเกมรับของทีมส่วนโอซาน คาบัค ยังคงลงเล่นในเกมนี้ยังไม่ได้ เนื่องจากร่างกายยังไม่ฟิตเต็มร้อย เช่นเดียวกับ ดีโอโก้ โชต้า และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน รวมทั้ง นาบี เกอิต้า ที่มีอาการบาดเจ็บตรงบริเวณกล้ามเนื้อและเจมส์ มิลเนอร์ ที่เจ็บกล้ามเนื้อเช่นเดียวกัน ยังคงต้องลุ้นความฟิตกันก่อน

เปิดสถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุดระหว่าง เบิร์นลีย์กับลิเวอร์พูล

05:12:2018 – เบิร์นลีย์เปิดบ้านพ่ายให้ครับลิเวอร์พูล 1-3 

10:03:2019 – ลิเวอร์พูลเปิดบ้านอัดเบิร์นลีย์ 4-2 

31:08:2019 – เบิร์นลีย์เปิดบ้านพ่ายให้ครับลิเวอร์พูล 0-3 

11:07:2020 – ลิเวอร์พูลเปิดบ้านเสมอเบิร์นลีย์ 1-1 

21:01:2021 – ลิเวอร์พูลเปิดบ้านอัดเบิร์นลีย์ 0-1

มาดู 8 สิ่งที่ควรรู้ก่อนเกมนี้

สิ่งที่1 นั้น”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล กำชัยชนะได้ 5 เกมจาก 6 เกมหลังสุดในรายการศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ภายใต้การนำทัพของ เยอร์เกน คลอปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมนี ของทางลิเวอร์พูล

สิ่งที่2 นั้นทาง”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สามารถกำชัยชนะได้ 5 เกมจาก 6 เกมล่าสุดที่พบกับ”เดอะ คลาเรตส์”เบิร์นลีย์ ในการแข่งขันทุกๆรายการ

สิ่งที่3″เดอะ คลาเรตส์”เบิร์นลีย์ ได้มีการทำประตูด้วยค่าเฉลี่ยที่มากกว่า 2.5 ประตูใน 7 เกมจาก 8 เกมหลังสุด ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-2021

สิ่งที่4 เจ้าบ้านอย่าง”เดอะ คลาเรตส์”เบิร์นลีย์ ได้พ่ายติดต่อกัน 3 นัดติดในบ้านตัวเอง ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-2021

สิ่งที่5″หงส์แดง” ลิเวอร์พูล มีการทำประตูได้อย่างน้อย 2 ประตูใน 3 เกมล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-2021

สิ่งที่6″เดอะ คลาเรตส์”เบิร์นลีย์ มีการเสียประตูอย่างน้อย 2 ประตูจาก 3 เกมในบ้านล่าสุดในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำฤดูกาล 2020-2021

สิ่งที่7″เดอะ คลาเรตส์”เบิร์นลีย์ มีการทำประตูได้ด้วยค่าเฉลี่ยที่มากกว่า 2.5 ประตูใน 3 เกมล่าสุดงสุดในบ้านที่พบกับ”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ในทุกๆรายการ

เบิร์นลีย์กับลิเวอร์พูล
เบิร์นลีย์กับลิเวอร์พูล

ในเกมนี้ผู้จัดการทีม”เดอะ คลาเรตส์”เบิร์นลีย์ อย่างฌอน ไดซ์ จะมาในระบบ 4-3- โดยใช้นักเตะ 11 คนแรกที่ลงสนามคือไบลี่ย์ พีค็อก-ฟาร์เรลล์ : คริส วู้ด : ดไวท์ แม็คนีล : แอชลี่ย์ เวสต์วู้ด : เบน มี : แม็ทธิว โลว์ตัน : ชาร์ลี เทย์เลอร์ : แจ็ค คอร์ก : เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ : มาเตจ์ วีดร้า : จอช บราวน์ฮิลล์

ในเกมนี้ผู้จัดการทีม”หงส์แดง” ลิเวอร์พูล อย่างเจอร์เก้น คล็อปป์ จะมาในระบบ 4-3-3 โดยใช้นักเตะ 11 คนแรกที่ลงสนามคือซาดิโอ มาเน่ : โมฮาเหม็ด ซาลาห์ : จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม : โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ : แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน : อลีสซง เบ็คเกอร์ : ฟาบินโญ่ : ติอาโก้ อัลคันทาร่า : เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ : รีส วิลเลี่ยมส์ : นาธาเนียล ฟิลลิปส์

บทความแนะนำ