สิงห์เอาจัด! เชลซี เปิดบ้านทุบ เรอัล มาดริด 2-0 ผงาดเข้าชิง

เชลซี

ศึกการแข่งขันฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ที่ สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ ระหว่าง เชลซี พบ เรอัล มาดริด ผลการแข่งขันในนัดแรก เฃลซี บุกไปเสมอกับ เรอัล มาดริด 1-1 มาลุ้นกันในเกมที่ 2 

โธมัส ทูเคิ่ล ได้พา เชลซี เก็บชัยเหนือ ฟูแล่ม 2-0 เกมนี้ไม่มีปัญหาในการจัดทัพเท่าไหร่ แนวรุกใช้สามประสานทั้ง เมสัน เม้าน์ท, ไค ฮาแวร์ทซ์ และ ติโม แวร์เนอร์ 

ส่วน ซีเนอดีน ซีดาน นายใหญ่ เรอัล มาดริด ฟอร์มในลีกไล่อัด โอซาซูน่า 2-0 ยังได้ลุ้นแย่งแชมป์กับแอต.มาดริดในลีก ส่วนเกมนี้ได้ เซร์คิโอ รามอส หายเจ็บกลับมาบัญชาเกมรับ ขณะที่แนวรุกวันนี้ส่ง เอแด็น อาซาร์ ลงเป็นตัวจริงลงดวลกับอดีตต้นสังกัด โดยประสานงานกับ คาริม เบนเซม่า และวินิซิอุส จูเนียร์

สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

กรรมการได้เป่านกหวีดเริ่มเกมการแข่งขัน ในครึ่งแรก ต่างฝ่ายต่างเล่นกันอย่างระมัดระวังเลยทำให้หาจังหวะจบสกอร์กันไม่ได้เลยในช่วงเวลา 10 นาทีแรก

แต่ในเวลาต่อมาในนาทีที่ 11 ทีมเยือนอย่าง เรอัล มาดริด ได้ทำการยิงทักทายเจ้าบ้านไปก่อนในจังหวะยิงไกลของ โครส แต่บอลก็พุ่งเข้าไปตรงตัวผู้รักษาประตู เมนดี้ รับลูกนี้ได้อย่างสบาย

เกมก็ดำเนินการต่อ หลังจากนั้นอีก 2 นาทีต่อมา รือดิเกอร์ ได้ทำการส่องบอลไกลดูบ้าง แต่แล้ว กูร์ตัวส์ ก้ยังพุ่งตัวมาปัดบอลออกไปได้

ต่อมานาทีที่ 18 แวร์เนอร์ ได้ทำการซัดบอลแบบเต็มแรง แต่ก็ถูกกรรมการโต้บอกลูกล้ำหน้ำไปก่อนเลยพลาดลูกนี้ไป

นาทีที่ 26 เรอัล มาดริค เกือบจะได้ประตูขึ้นนำการจากการยิงลูกนอกกรอบของ เบนเซมา บอลได้พุ่งเข้าไปทำท่าเหมือนจะเสียบเสา แต่แล้ว เมนดี้ ก็ลอยตัวมาปัดบอลด้วยปลายมือทำให้บอลหลุดออกไปได้ในทันที

ในเวลาต่อมาเพียงแค่ 1 นาที เจ้าบ้านอย่าง เชลซี ก็ได้ประตูออกนำไปก่อน 1 – 0 จากจังหวะของ ฮาเวิร์ตซ์ ได้ทำการยิงลูกบอลออกไปชนคาน และก็เป็นทางด้านของ แวร์เนอร์ ที่ตามมาซ้ำบอลลูกนี้เข้าประตูไปในที่สุด 

ต่อมาในนาทีที่ 35 นักเตะอย่าง เบนเซมา ก็ได้มีโอกาสลุ้นลูกโขกเหน่ง ๆ แต่ก้ไม่พ้นตัวของ เมนดี้ สามารถป้องกันประตูเอาไว้ได้อีกเช่นเคย 

หลังจากนั้นในครึ่งแรกทั้ง 2 ทีม ก็ยังทำประตูกันไม่ได้ ทำให้เกมจบครึ่งแรกไป ทางฝั่งเจ้าบ้านได้ขึ้นนำไปก่อน 1 – 0

จบครึ่งแรก เชลซี ขึ้นนำ เรอัล มาดริด 1-0 (สกอร์รวมสองนัด เชลซี นำ เรอัล มาดริด 2-1)

เริ่มการแข่งขันในครึ่งหลังได้เพียงแค่ 2 นาที เจ้าบ้านเกือบจะได้ประตูชัยที่ 2 จากลุกโหม่งของ ฮาเวิร์ตซ์ แต่น่าเสียดายบอลพุ่งไปชนคานอย่างจัง 

ต่อมานาทีที่ 53 เมานท์ ได้หลุดเดี่ยวไปคนเดียวในกรอบเขตโทษ แต่ดันทำพลาดยิงบอลหลุดข้ามคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

และแล้วเหมือนจะมีหวัง นาทีที่ 59 ฮาเวิร์ตซ์ ได้มีโอกาสดวลหนึ่งต่อหนึ่งกับ กูร์ตัวส์ แต่ก็ไม่วายดันยิงไปติดเซฟ ทำให้ทางฝั่ง เชงซี พลาดโอกาสทองคว้าประตูลูกที่ 2 ไปได้ 

หลังจากนั้นไม่นาน 4 นาทีต่อมา อาซาร์ ได้มีโอกาสได้ลุ้นในการยิงลูกในกรอบเขตโทษ แต่แล้วก็ยังไปติดเซฟของ เมนดี้ อีกตามเคย

นาทีที่ 65 ก็องเต้ ได้มีโอกาสทองอีกแล้วในการยิงแบบจ่อ ๆ  แต่ก็ไปติดบล็อคกองหลังของทีมเยือน น่าเสียดายโดนตามมาสกัดลูกนี้ไปได้ 

นาทีที่ 80 พูลิซิช มีโอกาสที่สวยมากควรที่จะจบสกอร์ไว้ได้ แต่ก็พลาดอีกตามเคย บอลหลุดออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

ในที่สุดก็ได้ประตูชัยที่ 2 จนได้ ในนาทีที่ 85 เจ้าบ้านอย่าง เชลซี มาได้ประตูจากจังหวะของ พูลิซิช ได้ลากบอลหลุดไปถึงเส้นหลัง ก่อนที่จะตบบอลกลัมาให้ทาง เมานท์ ได้จังหวะซัดแบบเต็มข้อ

และแล้วก็จบ 90 นาที เชลซีเอาชนะ เรอัล มาดริด ไปได้ 2-0 รวมผลสองนัด สิงโตน้ำเงินคราม ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศด้วยสกอร์ 3-1

ในรอบชิงชนะเลิศ เชลซี จะพบกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แข่งขันในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ ที่กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี 

รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

        เชลซี (3-4-3) : เอดูอาร์ เมนดี้ – อันเดรียส คริสเตนเซ่น, ติอาโก้ ซิลวา, อันโตนิโอ รือดิเกอร์ – เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า (รีซ เจมส์ น.88), เอ็นโกโล่ ก็องเต้, จอร์จินโญ่, เบน ชิลเวลล์ – เมสัน เม้าน์ท (ฮาริม ซิเย็ค น.88), ไค ฮาแวร์ทซ์ (โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ น.90+4), ติโม แวร์เนอร์ (คริสเตียน พูลิซิช น.67)

        เทรนเนอร์ : โธมัส ทูเคิ่ล  เรอัล มาดริด (4-3-3) : ติโบต์ กูร์กตัวส์ – นาโช่ เฟร์นานเดซ, เอแดร์ มิลิเตา, เซร์คิโอ รามอส, แฟร์กล็องด์ เมนดี้ (เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ น.63) – โทนี่ โครส, กาเซมิโร่ (โรดรีโก้ น.76), ลูก้า โมดริช – วินิซิอุส จูเนียร์ (มาร์โค อาเซนซิโอ้ น.63) , คาริม เบนเซม่า, เอแด็น อาซาร์ (มาเรียโน่ ดิอาซ น.89)

ผู้ตัดสิน : ดานิเอเล่ ออร์ซาโต้ (อิตาลี)

บทความแนะนำ