อาลัวพระเครื่อง แชร์สนั่น เจตนาดีแต่โดนติง-ย้ำไม่อยากดัง

อาลัว

จากกรณีที่เป็นเรื่องฮือฮาในโลก ออนไลน์ หลังร้านขนมไทยแห่งหนึ่ง อยู่ใน อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ได้ทำขนมอาลัวออกมาเป็นรูป พระเครื่อง หลากหลายรูปแบบ หลากหลายสีสัน โพสลงขายในโลก ออนไลน์ ได้ถือว่าเป็นการสร้างความแปลกใหม่กับชาวโลก ออนไลน์ เกี่ยวกับขนมไทย ขายดีจนทำแทบไม่ทันตามออเดอร์ที่ถูกสั่งจอง แต่ก็กลุ่มคนบางส่วนเห็นว่าไม่สมควร และไม่เหมาะสม ทำเอาหลายคนถึงกับไม่พอใจที่ทางร้านได้ทำขนมไทยออกมาเป็นรูป พระเครื่อง ขนม อาลัว

วันนี้ 28 เมษายน นายอานนท์ เชื้อสัตตบงกช ทนายความ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กส่วนตัว “อานนท์ เชื้อสัตตบงกช” ได้ออกมาเตือนถึงเรื่องนี้ว่า เป็นการกระทำที่ผิดกฏหมาย โดยมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 7 ปี และ ปรับสูงสุด 14,000 บาท โดย ระบุว่า

“คิดออกมาได้ยังไง ทำขนมไทยออกมาเป็นรูป พระเครื่อง ที่คนส่วนใหญ่ไม่คิดจะทำ ชอบทำอะไรที่คนไม่ทำกัน.!!!

กรณีที่ขนมอาลัว ของร้าน มาดามชุบนั้น ที่ทำออกมาขาย ทำออกมาหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะรูปทรงของ พระเครื่อง ทั้งสมเด็จพิมพ์นิยม และ เบญจภาคี รวมทั้ง พระเครื่อง ชื่อดังอีกหลายสำนัก จนเป็นที่ฮือฮาในโลก โซเชียล อาลัว

ทางร้านได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก พร้อมระบุข้อความว่า อาลัวพระเครื่องนั้นเป็นของทางร้าน โดยขายกล่องละ 100 บาท จำนวน 20 ชิ้นเป็นรสออริจินัลควันเทียน เป็นการผลิตตามออร์เดอร์ อาจทำให้ล่าช้า และ อาจต้องรอขนมนานถึง 2 สัปดาห์ เพราะมีคนสนใจสั่งเข้ามาเป็น จำนวนมาก

จากนั้นจึงมีการแชร์ภาพอาลัว พระเครื่อง ออกไปในโลก โซเชียล ซึ่งก็มีการแสดงความคิดเห็นแบ่งออกเป็น สองฝัก สองฝ่าย เริ่มจากผู้ที่ชอบในความแปลกใหม่ เห็นว่าทางร้านมีความคิดสร้างสรรค์ สามารถดัดแปลงขนมไทยดั้งเดิมให้มีรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ เป็นการดึงดูดใจลูกค้าได้ อย่างดี

ส่วน พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ได้แสดงความคิดเห็นผ่านเพจส่วนตัวว่า ไม่ได้เป็นการลบหลู่แต่อย่างใด คนเรามักจะรับเรื่องแบบนี้กันไม่ค่อยได้ เพราะดูเหมือนจะหมิ่นพุทธศาสนา แต่เรารับได้ถ้า พระเครื่อง เหล่านี้จะถูกปั้มออกมาวางขายเป็นตระกร้า ๆ องค์ละ 5 บาท 10 บาท เรารับไม่ได้ที่ พระเครื่อง จะกลายเป็นขนม แต่เรารับได้ถ้า พระเครื่อง จะกลายเป็นสินค้ามีราคา ซึ่งคนจะซื้อขายกันเหมือนเพชรพลอยในราคาหลายล้าน กินไม่ลงก็ซื้อไปเก็บไว้บูชาได้นะ อันนี้พูดจริง อย่างน้อยคนทำก็กล้าคิดกล้าทำ ในช่วงโควิดแบบนี้ ถือว่าเข้าใจหาวิธีในการเรียก ลูกค้า

อย่างกรณีนี้ หากมองในทางกฏหมายแล้ว ก็อาจถือได้ว่า การทำขนมรูปทรง พระเครื่อง นี้ เข้าข่ายว่ามีความผิด ฐานดูหมิ่นเหยียดหยามวัตถุ หรือ สถานที่เคารพ ตาม ปอ.ม. 206 ได้ เพราะคำว่า วัตถุ หรือ สถานที่ ที่เราเคารพนั้น ไม่ได้จำกัดว่า จะต้องเป็นใครจัดสร้าง และ ต้องเป็นของแท้แน่นอนจากวัดประการ ใด

แต่การที่เรานั้นนำวัตถุ ซึ่งทำออกมาเป็นรูป พระเครื่อง ซึ่งหมายถึงตัวแทนพระพุทธเจ้า มาทำเป็นขนมรับประทานกัดกินแบบนี้ ยอมเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีได้ เพราะเจตนาของกฏหมายข้อนี้มุ่ง คุ้มครองความรู้สึกของชาวพุทธมากกว่า มิได้มุ่งคุ้มครองวัตถุ ที่สร้างขึ้นจากวัดจริง ๆ

สำนักงานพุทธกล้า ชี้ว่า ขนมพระเครื่องนี้ไม่เหมาะสม แต่สำนักงานพุทธไม่กล้า ชี้ว่า การบูชาราหู บูชาพญานาค การทำพิธีดูดวง เจิมหน้าผาก ลงนะหน้าทอง ครอบครู ซึ่งทำกันอยู่ในวัด (ดัง ๆ) ไม่เหมาะสม

อีกด้านหนึ่ง มีการแสดงความคิดเห็นว่ารับไม่ได้กับการทำอาลัวรูป พระเครื่อง การนำสิ่งที่คนเคารพบูชามาทำเป็นอาหารแบบนี้ถือว่าเป็นการลบหลู่พระศาสนา บ้างก็บอกว่าพระเป็นของสูง สำหรับคนที่นับถือพุทธแล้วคิดว่าเป็นการไม่สมควรที่ทำ แบบนี้

ส่วนกรณีที่มีกระแสว่ามีอีกหลายอย่างที่สำนักงานพระพุทธศาสนาไม่เข้าไปดำเนินการถือว่าเป็นการเลือกปฏิบัตินั้น กรณีนี้นางสาวมาลินี บอกว่า เป็นเรื่องที่แล้วแต่บริบทของแต่ละพื้นที่ เราไม่ได้เลือกปฏิบัติเพียงแต่ต้องดูสถานการณ์หลายอย่างประกอบ กัน ซึ่งอาจจะมีพระสงฆ์บางรูป ประชาชนบางท่าน ที่มีความเห็นต่าง ต้องดูที่เจตนาของผู้นั้น และ ดูที่หลักศาสนาความเชื่อคิดอย่างไร เป็นความเชื่อของแต่ละ บุคคล จึงต้องหาความ เหมาะสมที่อยู่ได้ร่วมกันในความคิดเห็นที่ ต่างกัน

ประเด็นนี้ก็จบ เพราะ ทางร้านงดรับออเดอร์ ต่อไปก้ขึ้นอยู่กับว่า คนไทย จะมองมุมนี้ไปทางไหน

บทความแนะนำ