สยามไบโอไซเอนซ์ ได้ออกมาประกาศว่าจะทำการคืนเงิน 600 ล้านให้รัฐ

สยามไบโอไซเอนซ์

นวลพรรณ ล่ำซำ” ผอ.สื่อสารองค์กรฯ เผย สยามไบโอไซเอนซ์ จะทำการคืนเงิน 600 ล้านบาทให้แก่รัฐบาล ในรูปการซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า พร้อมไม่เห็นด้วย กับรัฐบาลที่แทงม้าตัวเดียว ควรเปิดทางเลือกวัคซีนทางเลือก เพิ่ม

วันที่ 3 มิ.ย. 64 นางนวลพรรณ ล่ำซำ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กรกิตติมศักดิ์ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ได้ออกมาเปิดเผยกับรายการ เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ว่า วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า ที่ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ที่ได้ทำการส่งมอบให้กับ แอสต้า เป็นจำนวน 1.8 ล้านโดส ทั้งหมดนี้เพื่อที่จะทำการส่งให้รัฐบาล โดยได้มีการทยอยส่งไปให้ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อที่จะทำการตรวจสอบ เป็นขั้นตอนสุดท้าย

ในส่วนของการที่จะทยอยส่งไปให้แก่รัฐบาลนั้น หรือ ไม่ ตอนนี้ก็คงจะยังตอบไม่ได้ เนื่องจากว่าสยามไบโอไซเอนซ์ เป็นเพียงบริษัทรับจ้างการผลิตของแอสตร้าเซนเนก้า

ในส่วนของประเด็นที่หลายคนก็ยังคงสงสัยว่าเรื่องที่รัฐบาลให้ทุนมาเพื่อพัฒนาศักยภาพกับ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำนวน 600 ล้านบาท นั้น นางนวลพรรล กล่าวว่า สยามไบโอไซเอนซ์ได้ระบุในสัญญาว่าจะคืนเงิน 600 ล้านบาท ให้กับรัฐบาล โดยถ้าเกิดว่าการครบรอบการผลิดนี้แล้วจะทำการใช้คืนโดยการซื้อวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่มีมูลค่า 600 ล้านบาทคืนรัฐบาล

นางนวลพรรณ ยังกล่าวด้วยว่า ในประเด็นนี้ที่หลายคนพูดถึงกันว่า การที่เราจะแทงม้าตัวเดียว ในฐานะผู้อำนวยการสยามไบโอไซเอนซ์ คิดว่าการทำแบบนี้เป็นการเอาของร้อน ๆ มาลงไว้ให้แก่สยามไบโอไซน์ ในขณะเดียวกันสยามไบโอไซน์เป็นแค่บริษัทเอกชนที่รับจ้างผลิตวัคซีน ถ้าเกิดสวมหัวใจของประชาชนแล้วนั้นที่รอคอยวัคซีนที่ได้รับในช่วงไวรัส โควิด -19 ระบาด

เราก็คิดว่าประชาชนทุกคนคงมีสิทธิ์เลือกวัคซีนตัวอื่น ๆ ซึ่งในประเทศไทยก็ได้มีการสั่งซื้อวัคซีนหลายชนิดเช่น ซิโนแวค แอสตร้าเซนเนก้า และล่าสุดมีการเปิดเลือกซิโนฟาร์ม ผ่านราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ รัฐบาลต้องเลิกแทงม้าตัวเดียว เพราะจริง ๆ แล้วนั้น เราก็ไม่ควรจะแทงม้าแค่ตัวเดียว เราก็ควรที่จะเปิดทางเลือกให้แก่ประชาชนที่มีสิทธิ์ได้เลือกใช้วัคซีนที่แตกต่างกันออกไป และ ก็วัคซีนก็เป็นสิทธิของมนุษยชน

ทั้งนี้นั้น จากรณี เงินทันที่ได้สนับสนุนจากรัฐบาล 600 ล้านบาทนั้น ก็ได้มีรายงานข่าวออกมาว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี ครม. เมื่อ 25 ส.ค. 2563 มีมติอนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2563 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น วงเงิน 1,000,000,000 บาท ในลักษณะเงินอุดหนุนให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ

เพื่อให้การสนับสนุนหน่วยงานเครือข่ายการพัฒนางาน ด้านวัคซีนของประเทศในการเพิ่มศักยภาพการผลิตวัคซีนให้พร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตวัคซีนโควิด 19 และ การสร้างขีดความสามารถของประเทศโดยการพัฒนาวัคซีนตั้งแต่ต้นน้ำ ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เสนอ

ทั้งนี้ ในส่วนสยามไบโอไซเอนซ์ ได้รับเงินสนับสนุนเงินส่วนนี้ 600 ล้านบาท และอีก 400 ล้านบาท จัดสรรให้จุฬาลงกรณ์ฯ นอกจากนั้นที่ผ่านมาสยามไบโอไซเอนซ์ ยังได้เงินสนับสนุน จากบริษัท เอสซีจี อีก 100 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน มีรายงานว่า แอสตร้าเซนเนก้า จะส่งมอบวัคซีนให้รัฐบาลโดยผ่านทางกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้กระจายไปยังที่ต่าง ๆ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานรับมอบ

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 ต.ค.63 ที่ประชุมคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ครั้งที่ 5/2563 ซึ่งมีอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข  ร่วมประชุมด้วย ได้จัดสรรจากงบกลางปี 2563 เพื่อเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมการผลิตวัคซีนชนิด Viral vector โดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด จำนวน 600 ล้านบาท ขณะที่ต้นปีที่ผ่านมา (19 ม.ค.64)  ครม. มีมติอนุมัติตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ เพิ่มงบประมาณในส่วนการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้าผ่านความร่วมมือแบบทวิภาคีกับบริษัท AstraZeneca จาก 2,379.4306 ล้านบาท เป็น 2,545.9606 ล้านบาท เพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอสำหรับค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 

โดยที่มติ ครม.เมื่อวันที่  19 ม.ค.ดังกล่าว เป็นการทบทวนมติ ครม. เมื่อวันที่ 17 พ.ย.63 ซึ่งในครั้งนั้น ระบุเงื่อนไขว่า โครงการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับ ประชาชนไทยโดยการจองล่วงหน้า (AstraZeneca) และการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัท AstraZeneca (Thailand) จำกัด และบริษัท AstraZeneca UK จำกัด โดยให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติจัดทำสัญญาการจัดหาวัคซีนโดยการจองล่วงหน้า (Advance Market Commitment; AMC) ภายใต้เงื่อนไขว่ามีโอกาสที่จะได้รับวัคซีนหรือไม่ได้รับวัคซีนดังกล่าว ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการวิจัยพัฒนาหรือเหตุอื่นๆ

บทความแนะนำ