สถิติน่ารู้ก่อนเกม แมนซิตี พบ เชลซี ในศึกรายการ UCL นัดชิงชนะเลิศ

แมนซิตี พบ เชลซี
แมนซิตี พบ เชลซี

เนื่องในวันที่ 29 พฤษภาคม 2564 แมนซิตี พบ เชลซี โดยเกมนัดนี้”เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมยักษ์ใหญ่แห่งศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดยการทำทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา ผู้จัดการทีมชาวสเปน มีโปรแกรมลงเล่นพบกับ “สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี ที่เป็นทีมคู่แข่งร่วมลีกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของทาง โธมัส ทูเคิล เทรนเนอร์ชาวเยอรมัน ในรายการศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 2020-2021 เกมรอบชิงชนะเลิศ แต่ด้วยเป็นพื้นที่สีแดงที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อโควิด-19 เลยทำให้ต้องย้ายสนามแข่งขัน ก่อนจะมีมติไปเล่นที่ เอสตาดิโอ โด ดราเกา ของสโมสรปอร์โต้ ประเทศโปรตุเกสแทน โดยแข่งขัน เวลา 02.00 น.ตามเวลาประเทศไทยถ่ายทอดสดให้ดูกัน แมนซิตี้ ล่าสุด

และนอกจากนี่ในนัดนี้นั้นยังเป็นที่จับตามอง เพราะนี่คือนัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ออล-อิงแลนด์ ถือว่าเป็นเกมที่ 3 ถัดจากที่”สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซีได้แพ้จุดโทษให้กับ”ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลปี 2008 และลิเวอร์พูลที่ชนะทางสเปอร์ส เมื่อสองปีที่แล้วอีกด้วย ข้อที่สองคือนี่คือนัดชิงชนะเลิศศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ครั้งที่ 8 ที่สโมสรจากชาติเดียวกันได้เจอกันเอง เริ่มที่”ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริดเจอกับบาเลนเซีย ซึ่งทั้งสองทีมเป็นทีมที่เล่นอยู่ในลีกเดียวกันที่ประเทศสเปน เมื่อปี 2000 ต่อมาในปี 2014ก็คงยังเป็น”ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริดที่พบกับแอต.มาดริด และต่อมาในปี 2016”ราชันชุดขาว”เรอัล มาดริดที่พบกับแอต.มาดริดอีกครั้ง จากนั้นต่อด้วยเอซี มิลานพบกับทางยูเวนตุส ในปี 2003 ต่อมาในปี 2013 เป็นการพบกันระหว่างบาเยิร์นกับดอร์ทมุนด์ ส่วนอีก 3 ครั้งรวมนัดนี้ด้วยคือทีมอังกฤษเจอกันเอง แมนซิตี้ ล่าสุด

เปิดสถิติการดวลแข้งกัน 5 นัดหลังสุดก่อนเกม แมนซิตี พบ เชลซี

23:11:2019 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดบ้านเอาชนะเชลซี 2-1 

25:06:2020 : เชลซีเปิดบ้านเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้  2-1 

03:01:2021 :  เชลซีเปิดบ้านพ่ายให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-3 

17:04:2021 : เชลซีเปิดบ้านเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 1-0 

08:05:2021 : แมนเชสเตอร์ ซิตี้เปิดบ้านพ่ายให้กับเชลซี 1-2 

แมนซิตี พบ เชลซี
แมนซิตี พบ เชลซี

เปิดเกร็ดเรื่องน่ารู้ที่ควรรู้ก่อนเกมนี้

เรื่องที่1 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะติดต่อกัน 7 เกมหลังสุดในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
เรื่องที่2 มีการทำประตูเกิดขึ้นด้วยค่าเฉลี่ยขั้นต่ำ 2.5 ประตูใน 7 นัดหลังสุดของทางเชลซี ของศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก แมนซิตี้
เรื่องที่3 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยิงได้อย่างน้อย 2 ประตูใน 7 เกมนัดหลังสุดในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก
เรื่องที่4 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำประตูได้ด้วยค่าเฉลี่ยที่มากกว่า 2.5 ประตู 5 เกมจาก 6 เกมนัดหลังสุดในรังเหย้าที่พบกับทางเชลซี ในทุกๆรายการ
เรื่องที่5 เชลซี ยังไม่เคยแพ้ 11 เกมติดจาก 12 เกมนัดล่าสุดในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก

มาเช็คดูสภาพความพร้อมของทั้ง 2 ทีมกันเถอะ

“เรือใบสีฟ้า”แมนเชสเตอร์ ซิตี้

ความพร้อมเกมนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะได้ชูเอา กานเซโล่ พ้นโทษแบนในลีกกลับมาเสริมทัพน่าจะนั่งสำรองไปก่อน เพราะว่าเนื่องจากโอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ยังคงจองตำแหน่งนี้ไว้ก่อนอยู่แล้ว ส่วนทางด้านแฟร์นันดินโญ่ มิดฟิลด์ตัวเก๋าจากถิ่นแซมบ้า ที่เล่นได้ดีในเกมรอบตัดเชือกที่ผ่านมา น่าจะได้โอกาสก่อนโรดรี เอร์นานเดซ อีกหนึ่งเกมก็เป็นได้ ทางด้านเกมแนวรุก เป๊บจะยังใช้แท็คติกสไตล์“ฟอลส์ ไนน์” เหมือนเดิม โดยใช้เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์จากเบลเยียมเป็นตัวเป้า แล้วขนาบด้วยฟิล โฟเด้น และริยาด มาห์เรซ แมนซิตี้ สด

ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนามของ”เรือใบสีฟ้า”

แมนเชสเตอร์ ซิตี้มาในระบบ 4-3-3 ประกอบด้วยริยาด มาห์เรซ : อิลคาย กุนโดกัน : เอแดร์ซอน โมราเอส : ฟิล โฟเด้น : ไคล์ วอล์คเกอร์ : เควิน เดอ บรอยน์ : กาเบรียล เชซุส : รูเบน ดิอาส, ชูเอา กานเซโล่ : แฟร์นันดินโญ่ : จอห์น สโตนส์

“สิงโตน้ำเงินคราม”เชลซี

สภาพทีมของโธมัส ทูเคิ่ล มีข่าวดีให้เฮกัน เมื่อเอดูอาร์ เมนดี้ ประตูเซเนกัลมือ 1 ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับเสาโกลจนถูกเปลี่ยนออกตอนพักครึ่งในเกมปิดซีซั่นที่ผ่านมา ร่างกายฟิตพร้อมช่วยทีมได้ตามปกติ เช่นเดียวกับเอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่มีอาการเจ็บต้นขารบกวนจนพลาดเกมนัดล่าสุด ก็ฟิตร่างกายกลับมาได้แล้วเช่นกันในเกมนี้ ส่วนทางด้านเซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า แม้โดนไล่ออกในเกมที่เจอกับแอสตัน วิลล่า ก็ลงช่วยทีมได้ในนัดนี้ได้ ส่วนแนวรุกน่าจะใช้ทางด้านฮาคิม ซิเย็ค ที่ลงเล่นประสานงานร่วมกับเมสัน เม้าน์ท และติโม แวร์เนอร์ ในเกมนัดนี้ เชลซีล่าสุด

ผู้เล่น 11 คนแรกที่คาดว่าจะลงสนาม”สิงโตน้ำเงินคราม”

เชลซี มาในระบบ3-4-2-1 ประกอบด้วยติโม แวร์เนอร์ : เอดูอาร์ เมนดี้ : เมสัน เมาท์ : มัตเตโอ โควาซิซ : เอ็นโกโล่ ก็องเต้ : เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า : อันโตนิโอ รือดิเกอร์ : คริสเตียน พูลิซิซ : รีช เจมส์ : ติอาโก้ ซิลวา : เบน ชิลเวลล์

บทความแนะนำ